พระเครื่อง มณเฑียร
 ร้าน  ณรงค์ ศรัทธารวม</br>ทางเลือกใหม่!! พระเครื่อง-เครื่องราง-พระบูชา มรดกล้ำค่าไทย
 
 พระเครื่อง  มณเฑียร หน้าพระมณเฑียร      พระเครื่อง  มณเฑียร หน้าร้าน    พระเครื่อง  มณเฑียร การรับประกัน / การชําระเงิน     พระเครื่อง  มณเฑียร รายละเอียดของร้าน

เขี้ยวหมูตัน 12 ราศรี อ.จอมขมังเวทย์เมืองกรุงศรีฯครับ
Khieo mhu-tun.



พระเครื่อง  เขี้ยวหมูตัน 12 ราศรี  อ.จอมขมังเวทย์เมืองกรุงศรีฯครับ</br>Khieo mhu-tun.




รหัสพระเครื่อง   MT1015166
ชื่อพระเครื่อง   เขี้ยวหมูตัน 12 ราศรี อ.จอมขมังเวทย์เมืองกรุงศรีฯครับ
Khieo mhu-tun.
ราคา      ขายแล้ว 
รายละเอียด   เขี้ยวหมูตัน 12 ราศรี อ.เฮง ไพรวัลย์จอมขมังเวทย์แห่งเมืองพระนครศรีอยุธยาของทนสิทธิ์ งานศิลป์ชิ้นเอกครับ แกะได้ครบทั้ง 12 ราศรี ชิ้นนี้แก้ปีชงได้ตลอดชีวิตครับ เก่าได้อายุ สวยมาก เลี่ยมเงินเก่าพร้อมใช้
เป็นงานชิ้นเดียวชิ้นเอกที่บรรจงลงแกะได้วิจิตรศิลป์งดงาม อลังการณ์งานสร้างมากครับ จารครบสูตร ท่านไปเดินหาจนขาลากล่ะครับกว่าจะได้มาครอบครองครับ
***** ถ้าท่านมองหาเครื่องรางของขลังชิ้นเดียวชิ้นเอก อลังการณ์งานสร้าง ของหายาก จำชื่อนี้ไว้นะครับ (ณรงค์ ศรัทธารวม)
ขนาดกว้างxยาวxหนา=1นิ้วx4.5นิ้วx6หุน เครื่องรางประเภทที่นิยมมาตั้งแต่โบราณแล้ว นั้นคงหนีไม่พ้นพวกเขี้ยว พวกงา โดยเฉพาะเขี้ยวเสือกลวง เขี้ยวหมูตัน เป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสมเครืองรางเป็นอย่างมากราคาเช่าหาแพงเท่าไรก็สู้ โดยเฉพาะของพระเกจิอาจารย์
หรีอของอาจารย์ฆราวาสที่มีชือเสียงของขลังเหล่านี้นั้นในธรรมชาติถือว่าเป็นของที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเขี้ยวหมูป่าแล้วนั้น ส่วนมากที่เห็นจะกลวงข้างใน นานๆ จะพบเขี้ยวหมูตันแท้ๆ สักอัน
จึงเป็นที่หายาก ส่วนมากหมูป่าที่มีเขี้ยวตันจะเป็นพวกหมูโทน ที่พวกนายพรานชอบเรียกหากันว่า หมูโทนไข่ทองแดง คือพวกหมูป่าที่ออกหากินตามลำพังมีลักษณะเขี้ยวตัน
ลูกอัณฑะมีเม็ดเดียว พวกนี้ถือว่ามีของดีในตัว เขี้ยวหมูตันนั้นจะอยู่ยงกระพันด้วยตัวเองเป็นของทนสิทธิ์อีกชนิดหนึ่ง ท่านเกจิอาจารย์ทั้งหลายจึงเอาเขี้ยวหมูตันมาลงอักขระยันต์ และหัวประเภทต่างๆ
มอบให็ศิษย์ได้มาติดตัวเป็นเครืองรางประเภทหนึ่งที่ใช้ติดตัวกันให้อุ่นใจ มีไว้เป็นที่เกรงขามต่อคนรอบข้าง เสริมอำนาจบารมี ปกครองใต้อำนาจให้เกรงขาม เพิ่มพูนวาสนา

***** ประวัติ อาจารย์เฮง ไพรวัลย์
จากจารึกที่เก็บกระดูกอาจารย์เฮง ณ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา เขียนไว้ว่า เกิดเมื่อ พ.ศ. 2428 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ตายเมื่อ พ.ศ. 2502 สิริอายุ 75 ปี
พื้นเพท่านเป็นคนบ้านหันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา บิดาท่านเป็นนายตำรวจหรือผู้ตรวจการณ์คุก โดยบิดาส่งไปเรียนที่ปีนัง สิงคโปร์แต่เรียนไม่สำเร็จท่านเป็นคนชอบเรียนวิชาไสยศาสตร์
ได้ท่องเที่ยวเล่าเรียนมาแต่ทางภาคใต้ ท่านอาจารย์เฮงเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกับ พระยาเพชรปรีชา มีเพื่อนฝูงเป็นเจ้าพระยาหลายคน เมื่อท่านเดินทางกลับมายังภูมิลำเนา
คือ จ.พระนครศรีอยุธยา คราวเมื่อท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ท่านให้ความสนใจศึกษาตำรับตำราทางไสยศาสตร์ อันว่าด้วยเวทมนตร์คาถา อักขระเลขยันต์ อาจารย์เฮง
ท่านได้เรียนรู้ตาม คำภีร์รัตนมาลา อย่างแตกฉาน และเจนจบมาก หลังจากที่ท่านอาจารย์เฮงสึกจากการอุปสมบทแล้ว ท่านกลับมาครองเพศฆราวาส เริ่มปรากฏชื่อเสียงเกียรติคุณกระเดื่องดัง
ทางพระอาจารย์ของท่าน เริ่มต้นด้วยการเป็นอาจารย์สักก่อน หลวงปู่สีเล่าว่า ครั้งกบฏบวรเดช ในสมัยรัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2476) มีนายทหารและข้าราชการมาให้ท่านสักเป็นจำนวนมาก
และจากการที่ท่านอาจารย์เฮง ตั้งพิธีสักที่วัดหันตรานั่นเองครั้งนั้น ท่านอาจารย์เฮงจำเป็นต้องอาราธนาพระสงฆ์มาสวดพุทธมนต์ในพิธีสักนั้นด้วยในท้องที่ จ.พระนครศรีอยุธยา สมัยนั้น
หาพระที่สวดพุทธมนต์และพุทธาภิเษกพิธียากมาก ยกเว้น ท่านอาจารย์สี วัดสะแกเท่านั้น เพราะท่านอาจารย์สีเคยลงมาศึกษาอยู่ที่สำนักวัดเลียบ จ.พระนครศรีอยุธยา
และมีความเจนจบในเรื่องนี้อยู่ สืบต่อมาเมื่อท่านอาจารย์เฮง จะประกอบพิธีกรรมครั้งใด จำต้องมาอาราธนาท่านอาจารย์สีไปร่วมพิธีทางฝ่ายสงฆ์อยู่เสมอ
โดยพื้นฐานและฐานะของท่านอาจารย์เฮงนั้น จัดว่าเป็นผู้มั่งคั่งคนหนึ่ง ท่านมีบ้านเป็นหลักแหล่งอยู่ที่ทุ่งหันตรา มีไร่นา และมีบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่ที่วังน้อย เมื่อท่านมีลูกศิษย์ลูกหาทางกรุงเทพฯ มากขึ้น
เพื่อความสะดวกในการประสิทธิ์ประสาทความรู้แก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา จึงเชิญท่านมาเช่าบ้านอยู่ที่สวนมะลิ และย้ายมาอยู่ที่ห้องแถวหน้าสมาคม วาย.เอ็ม.ซี.เอ วรจักร จนกระทั่งสงครามมหาเอเชียระเบิด
ท่านจึงอพยพขึ้นไปอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ราว พ.ศ. 2484-2485 การย้ายครอบครัวในครั้งนั้น ท่านซื้อเรือต่อหรือเรือข้าวขนาดย่อมลำหนึ่ง ติดเครื่องยนต์แล่นขึ้นไปเป็นการสะดวกในการสัญจร
ขณะนั้นที่ถนนหนทางอยู่ในสภาพกันดาร การคมนาคมทางน้ำดูจะมีความสำคัญมาก ภายในเรือของท่านใช้เป็นที่อาศัย ซึ่งพร้อมมูลไปด้วยปัจจัยในการดำรงชีวิต อย่างมีความสุขสบาย นึกจะโยกย้ายหรือท่องเที่ยวไป
ณ ที่แห่งใด ก็ย่อมได้ตามความประสงค์ เขาว่าท่านเป็นคนร้อนวิชา อยู่ไม่เป็นที่ จึงชอบท่องเที่ยวไปในถิ่นที่ต่างๆ และจะวนเวียนมาจอดที่ต้นสะตือ วัดสะแกเป็นประจำ เป็นสถานที่ที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาของท่าน
จะไปพบหาท่านได้ที่นั่น อาจารย์เฮง อุปสมบท 2 ครั้ง ครั้งแรกที่วัดสุวรรณคาราราม จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าใจว่าท่านคงจะอุปสมบทเมื่ออายุครบบวชตามประเพณี แต่ในครั้งหลังท่านมาบวชอีกครั้งหนึ่ง
ในครั้งนี้ท่านบวชที่ วัดพระญาติการาม โดยมีหลวงพ่อกลั่น ธรรมโชติ เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาศิลปะวิทยายุทธมาจากหลวงพ่อกลั่นหลายแขนงเหมือนกัน เช่น วิชาฝังเข็ม สำหรับวิชา สักยันต์ 9 เฮ ชาตรีนั้น
ทราบมาว่าเมื่อท่านท่องเที่ยวอยู่ทางภาคใต้ เคยศึกษามากับแขกก่อนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็อาจจะมาเรียนเพิ่มเติมกับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการามอีกก็เป็นได้ การอุปสมบทของท่านอาจารย์เฮงกับหลวงพ่อกลั่นนั้น
เข้าใจว่า ท่านบวชเพื่อประสงค์จะศึกษาวิทยายุทธพุทธาคมกับหลวงพ่อกลั่น อ.เฮง เป็นปรมาจารย์ด้านพุทธาคมนั้นมักจะมีอุปนิสัยห้าวหาญ เด็ดเดี่ยว มั่นคง ไม่โลเล จึงทำด้านอาคมขลัง
มีความเป็นอัจฉริยะในด้านการช่างอย่างอัศจรรย์หลายประการ อาทิ การวาดเขียนภาพต่างๆ การแกะสลัก การกลึง เป็นต้นครับ

Khieo mhu-tun,Arjarn Heng Privan,Phra Nakhon Si Ayutthaya Province
.Size:Width=1",Length=4.5",Thickness=6/8".If you are interested please contact me Tel(+66822202756, e-mail : narong047@gmail.com or Line: narong_sattharuam. Thank you for your interested.
เข้าชมร้าน     ณรงค์ ศรัทธารวม
ทางเลือกใหม่!! พระเครื่อง-เครื่องราง-พระบูชา มรดกล้ำค่าไทย
โทรศัพท์     082-220-2756 , 02
ผู้เข้าชม   5428
***  พระเครื่อง มณเฑียร  ***



  พระเครื่อง มณเฑียร   สงวนลิขสิทธิ์ เนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่ปี 2011 ชมรมพระเครื่อง มณเฑียร   พระเครื่อง มณเฑียร  
 
พระเครื่อง มณเฑียร เว็บไซด์ : พระมณเฑียร : WWW.PRAMONTIEN.COM   พระเครื่อง มณเฑียร
 
ห้ามคลิกขวา